นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส

            นางสุชาดาเริ่มประกอบพิธีหุงข้าวมธุปายาส   โดยจัดหาฟืนใส่ในเตา
และก่อไฟด้วยตนเอง  เทน้ำนมและเครื่องปรุงลงในภาชนะยกตั้งบนเตาไฟ
ฟองน้ำนมเวียนเป็นทักษิณาวัฏ  ไฟในเตาก็ปราศจากควันน่าอัศจรรย์   เตรียมจัด
ข้าวมธุปายาสใส่ถาดทองเพื่อเตรียมไปถวายบวงสรวงบูชาเทพยดาที่ต้นไทรนั้น



            ฝ่ายนางปุณณทาสี สาวใช้เห็นพระโพธิสัตว์ประทับอยู่ใต้ร่มไทร  มีรัศมี
แผ่ซ่านออกจากพระวรกาย ดูงามยิ่งนัก จึงรีบกลับมาบอกแก่นางสุชาดาให้ทราบ
นางสุชาดาจึงรีบยกถาดข้าวมธุปายาส ออกจากบ้านพร้อมด้วยบริวารไปยังต้นไทรนั้น

            ครั้นได้เห็นพระบรมโพธิสัตว์งดงามเช่นนั้น ก็เกิดความโสมนัสยินดีสำคัญว่า
เป็นรุกขเทวดามานั่งคอยรับเครื่องพลีกรรม จึงน้อมนำข้าวมธุปายาสเข้าไปถวาย
ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

          หลังจากที่พระบรมโพธิสัตว์ทรงรับข้าวมธุปายาสแล้วทรงเสด็จลุกจากอาสนะ
ทรงถือถาดเสด็จไปยังริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา  เมื่อสรงพระวรกายแล้วประทับนั่ง
บ่ายพระพักตร์สู่ทิศบูรพา  ทรงปั้นข้าวมธุปายาสได้ ๔๙ ปั้น  แล้วเสวยจนหมด

          จากนั้นทรงถือถาดทองเสด็จไปสู่แม่น้ำเนรัญชรา ทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า
            “ถ้าจะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ขอให้ถาดนี้จงลอยทวน
กระแสน้ำขึ้นไป”

            สจาห อชฺช พุทฺโธ ภวิสฺสามิ, อย สุวณฺณปาติ ปฏิโสต คจฺฉตูติ ขิปิ ฯ
(ขุ.อ. ๕๑/๑/๑๑)

 

            ด้วยอานุภาพแห่งพระบารมี  ถาดทองนั้นลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไปไกล
ถึง ๘๐ ศอก แล้วก็จมลงสู่นาคพิภพแห่งนาคราชนาม ว่า “พญากาฬ”
ซ้อนอยู่ใต้ถาดใบที่สามแห่งพระพุทธเจ้าในอดีตสามพระองค์คือ พระกกุสันธพุทธเจ้า
พระโกนาคมนพุทธเจ้า
และ พระกัสสปพุทธเจ้า

            เสียงถาดกระทบกันทำให้พญากาฬนาคราชสะดุ้งตื่นจากบรรทม
เห็นถาดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งใบ จึงได้ตรัสขึ้นว่า มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นอีกพระองค์แล้ว
และตรัสสรรเสริญพระพุทธคุณเป็นอันมาก

            พระบรมโพธิสัตว์ทอดพระเนตรเห็นนิมิตดังนั้นก็ทรงโสมนัสยินดี  เสด็จกลับสู่
สาลวันป่าไม้รังเพื่อพักผ่อน หลบแดดร้อนในยามเที่ยงวัน

           ต่อมามีคนตัดหญ้าผู้หนึ่งนามว่า โสตถิยพราหมณ์ ถือหญ้าสวนทางมา
พบพระโพธิสัตว์ แล้วเกิดศรัทธาเลื่อมใสถวายหญ้า

            พระบรมโพธิสัตว์ทรงรับหญ้านั้นแล้วเสด็จไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ์
ริมฝั่ง แม่น้ำเนรัญชรา ทำประทักษิณต้นโพธิ์สามรอบ พิจารณาสถานที่
ประทับบำเพ็ญเพียร  ทรงเห็นด้านทิศบูรพาเป็นสถานที่เหมาะสมจึงทรงปูลาดหญ้าลง
ณ โคนต้นศรีมหาโพธิ์ ด้านทิศบูรพานั้น ตั้งสัตยาธิษฐานว่า

            “ถ้าจะได้ตรัสรู้สัพพัญญุตญาณแล้วไซร้ ขอให้รัตนบัลลังก์
จงเกิดปรากฏในที่นี้”


            เมื่อจบพระดำรัสสัตยาธิษฐาน รัตนบัลลังก์วชิรอาสน์ก็ปรากฏตรงพระพักตร์
ด้วยอำนาจบุญบารมีอภินิหารที่ทรงสั่งสมมา พระบรมโพธิสัตว์ประทับนั่งบน
รัตนบัลลังก์วชิรอาสน์นั้น แล้วทรงดำรัสตั้งจิตสัตยาธิษฐานว่า

            “ถ้ายังไม่ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ   ถึงเนื้อและเลือด
จะเหือดแห้งไป  เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็ตามที จะไม่ลุกจากบัลลังก์นี้”

              โพธิสตฺโต โพธึ อปตฺวาว อิมํ ปลฺลงฺก น ภินฺทิสฺสามีติ จตุรงฺควีริย
อธิฏฺหิตฺวา ปลฺลงฺก อาภุชิตฺวา โพธิกฺขนฺธ ปิฏฺิโต กตฺวา ปุรตฺถาภิมุโข นิสีทิ ฯ
(ขุ.อ. ๕๑/๑/๑๑)