พญามารกรีธาทัพ

            พญาวสวัตดีมารแสวงหาโอกาส  เพื่อจะทำลายหนทางบรรลุพระโพธิญาณ
ของพระองค์  เมื่อได้ทราบว่า  ทรงอธิษฐานจิตตั้งมั่นจะไม่ลุกจากรัตนบัลลังก์ภายใต้
ร่มพระศรีมหาโพธิ์  จึงได้เรียกไพร่พล พร้อมศาสตราวุธนานาชนิด  และเนรมิตกาย
เป็นรูปต่างๆ    บางพวกก็เนรมิตกายเป็นยักษ์มีรูปร่างน่าเกลียดน่าสะพรึงกลัว
แสดงอาการประหนึ่งจะเข้ามาประหัตประหารให้ถึงสิ้นพระชนม์ให้จงได้

            ฝ่ายพญามารเมื่อเห็นมหาบุรุษยังคงประทับด้วยอาการปกติเช่นนี้    ก็ยิ่งมี
ความพิโรธโกรธแค้น  สั่งเสนามารเข้าโจมตีด้วยอาวุธร้ายต่างๆ  อีกทั้งบันดาลให้
ห่าฝน ๗ ประการตกลงมาจากอากาศ  แต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆ พระบรมโพธิสัตว์
แม้เพียงชายจีวรให้หวั่นไหวได้  ศาสตราวุธและห่าฝนเมื่อตกลงใกล้พระวรกาย
ยังกลับกลายเป็นพวงมาลาทิพย์ เป็นเครื่องสักการะบูชาไปทั้งสิ้น

             พญามารจึงไส พญาช้างคีรีเมขล์ เข้าไปกวัดแกว่งสรรพอาวุธพร้อมตะโกน
ประกาศก้องว่า
          “รัตนบัลลังก์นี้เป็นของเรา เกิดขึ้นด้วยบุญเรา ไพร่พลเสนานี้เป็นพยาน
ท่านจงเร่งลุกออกไป”

           พระบรมโพธิสัตว์จึงเปล่งสีหนาทตอบว่า
           “ดูก่อนพญามาร รัตนบัลลังก์นี้เป็นของเรา  
เกิดขึ้นด้วยบุญ
อันเราสั่งสมมาแต่ชาติปางก่อน พระธรณีเป็นพยานแห่งเรา”

           ทันใดนั้น พระแม่ธรณีวสุนธรา ก็ปรากฏกายขึ้นกระทำอัญชลีกราบอภิวาท
ต่อพระบรมโพธิสัตว์ เปล่งวาจาประกาศเป็นพยานในการบำเพ็ญมหากุศลของพระองค์
แล้วบิดเกศาของตนทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยว หลั่งไหลท่วมนองในสถานที่นั้น
ยกเว้นเขตรัตนบัลลังก์  กระแสน้ำไหลปานประดุจมหาสมุทรท่วมท้น  จนหมู่มาร
ไม่สามารถจะดำรงกายอยู่ได้  ถูกน้ำพัดพาลอยไปตามกระแสคลื่นจนหมดสิ้น