โปรดชฎิลสามพี่น้อง

           ในแคว้นมคธนั้น มีเมืองราชคฤห์ เป็นเมืองหลวง มี พระเจ้าพิมพิสาร
เป็นพระมหากษัตริย์ปกครอง มีชฎิลสามพี่น้องนามว่า อุรุเวลากัสสปะ นทีกัสสปะ
คยากัสสปะ
ตั้งตนเป็นคณาจารย์ใหญ่มีบริวารรวมกันถึง ๑๐๐๐ คน ถือตัวเองว่า
เป็นพระอรหันต์ มีคนเคารพ นับถือมากมาย มีลัทธิถือหนักไปในทางบูชายัญ


            แต่ในที่สุดพระองค์ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์หลายอย่างจนชฎิลสามพี่น้องและ
บริวารอีก ๑๐๐๐ คน ศรัทธาเลื่อมใส แล้วทูลขออุปสมบท  พระบรมศาสดาได้ประทาน
เอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่เหล่าชฎิลและทรงแสดง อาทิตตปริยายสูตร โปรดภิกษุ
เหล่านั้นจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วยกันทั้งสิ้น


            ฝ่ายพระเจ้าพิมพิสาร ทรงทราบการเสด็จมาสู่กรุงราชคฤห์ของพระบรมศาสดา
แล้ว จึงเสด็จมาเฝ้าพร้อมด้วยข้าราชบริพาร   พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมเทศนา
โปรดพระเจ้าพิมพิสารและบริวาร ๑๑ นหุตะ ให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ส่วนอีกหนึ่งนหุตะ
นั้น ดำรงตนตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์


พระเจ้าพิมพิสารทรงถวายอภิวาทกระทำอัญชลีแล้วจึงเสด็จกลับพระนคร    รุ่งขึ้น
เวลาเช้า พระบรมศาสดาพร้อมด้วยหมู่ภิกษุสงฆ์สาวก เสด็จเข้าไปสู่พระราชนิเวศน์
ตามพระดำรัสกราบทูลอาราธนาของพระเจ้าพิมพิสาร


         หลังจากฉันภัตตาหารแล้ว พระเจ้าพิมพิสารได้ถวาย พระราชอุทยานเวฬุวัน
ให้เป็นสังฆาราม และนับว่าเป็นวัดแรกที่เกิดขึ้นในพระพุทธศาสนา   ในยามดึกของ
ค่ำวันนั้น บรรดาเปรตทั้งหลายที่เคยเป็นญาติของพระเจ้าพิมพิสารในอดีตชาติทราบว่า
พระเจ้าพิมพิสารบำเพ็ญกุศลมีการถวายทานเป็นต้น ต่างก็รอรับส่วนบุญที่พระเจ้า
พิมพิสารจะอุทิศส่งไปให้ เมื่อรอจนสิ้นวันนั้น ไม่เห็นพระเจ้าพิมพิสารอุทิศส่วนบุญ
ให้ตามที่หวัง จึงพากันส่งเสียงร้องด้วยศัพท์สำเนียงอันน่าสะพรึงกลัว พระเจ้าพิมพิสาร
ได้สดับเสียงนั้น เกิดความกลัวมาก จึงรีบเสด็จไปเฝ้าพระพุทธองค์ พระพุทธองค์
ทรงตรัสให้ทราบความเป็นมา บอกให้พระเจ้าพิมพิสารอุทิศส่วนกุศล ท้าวเธอก็ได้
อุทิศส่วนกุศลไปให้ ทันใดนั้นอาหารทิพย์ก็ปรากฏมีแก่เปรตเหล่านั้น ต่างพากันบริโภค
จนอิ่มหนำสำราญ ร่างกายที่เคยผอมโซทุเรศน่าเกลียดน่ากลัวก็กลับดูสะอาดสมบูรณ์ขึ้น