อัครสาวกบรรพชา

        ไม่ไกลจากกรุงราชคฤห์เท่าไรนัก ที่ตำบลนาลันทามีหมู่บ้านพราหมณ์
สองหมู่บ้าน ชื่ออุปติสสคาม และ โกลิตคาม ในหมู่บ้านอุปติสสคามนั้น มีนายบ้าน
ชื่อวังคันตะ ภรรยาชื่อสารี มีบุตรชื่ออุปติสสมาณพ แต่เพราะเป็นบุตรของนางสารี
จึงนิยมเรียกกันว่า“สารีบุตร”ส่วนในบ้านโกลิตคามภรรยาของนายบ้านชื่อว่า โมคคัลลี มีบุตรชื่อ โกลิตมาณพ แต่นิยมเรียกกันว่า “โมคคัลลานะ” ตามชื่อของมารดา
ทั้งสองพากันเข้าไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาศิลปวิทยาในสำนักสัญชัยปริพาชก
ศึกษาอยู่ไม่นานก็สิ้นความรู้ของอาจารย์


         พระอัสสชิซึ่งเป็นหนึ่งในพระปัญจวัคคีย์ที่พระพุทธองค์ทรงส่งไปประกาศ
พระศาสนา ได้จาริกมาถึงกรุงราชคฤห์ และเข้าไปบิณฑบาตในเมือง อุปติสสปริพาชก
ออกจากอารามมาด้วยกิจธุระภายนอก เห็นท่านแสดงออกซึ่งปฏิปทาน่าเลื่อมใส
มีอาการแปลกจากบรรพชิตที่เคยเห็นมาแต่กาลก่อน อยากจะทราบว่าท่านบวช
ในสำนักของใคร ผู้ใดเป็นศาสดา แต่ก็มิอาจถามได้เพราะมิใช่กาลอันควร จึงเดินตามไป
ห่างๆ


         เมื่อพระเถระบิณฑบาตได้อาหารพอสมควรแล้ว จึงออกไปสู่ที่แห่งหนึ่ง
เพื่อทำภัตกิจ อุปติสสะได้จัดปูลาดอาสนะถวายน้ำใช้น้ำฉันและคอยเฝ้าปฏิบัติอยู่
ครั้นพระอัสสชิเถระทำภัตกิจเสร็จสิ้นแล้ว อุปติสสะก็เข้าไปถามตามที่คิดไว้แต่แรก
พระอัสสชิเถระจึงแสดงธรรมโดยย่อว่า
“ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุและความดับแห่งธรรมเหล่านั้น”

         อุปติสสะเพียงได้ฟังหัวข้อธรรมจากพระเถระก็ได้ดวงตาเห็นธรรม ว่า
“สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลล้วนมีความดับไป
เป็นธรรมดา”

         อถโข อายสฺมา อสฺสชิ สารีปุตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส อิม ธมฺมปริยาย อภาสิ
เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา เตส เหตุ ตถาคโต (อาห) เตสฺจ โย นิโรโธ เอววาที
มหาสมโณ ฯ (วิ.ม. ๔/๖๕/๗๔)

         อถโข สารีปุตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส อิม ธมฺมปริยาย สุตฺวา วิรช วีตมล
ธมฺมจกฺขุ อุทปาทิ ยงฺกิฺจิ สมุทยธมฺม สพฺพนฺต นิโรธธมฺมนฺ ฯ (วิ.ม. ๔/๖๖/๗๔)

         อุปติสสะกราบลาพระเถระ ทำประทักษิณสามรอบแล้วรีบกลับไปยังสำนัก
ปริพาชก ส่วนโกลิตะผู้เป็นสหาย เห็นอุปติสสะมีผิวพรรณสง่าราศีดีกว่าวันอื่นๆ
จึงรีบสอบถาม เมื่ออุปติสสะแสดงหัวข้อธรรมให้ฟัง ก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเช่นเดียวกัน


         สองสหายตกลงกันที่จะพาบริวารไปเฝ้าพระบรมศาสดา จึงเข้าไปหาอาจารย์
สัญชัยปริพาชก ชักชวนให้ร่วมเดินทางไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยกัน  แต่อาจารย์
ก็ไม่ยอมไป เมื่อไม่สามารถจะโน้มน้าวจิตใจของอาจารย์ได้ สองสหายจึงพาบริวาร
ของตนจำนวน ๒๕๐ คน ออกจากสำนักไปเฝ้าพระบรมศาสดา ณ เวฬุวันวิหาร
เมื่อได้สดับพระธรรมเทศนาจบลงแล้ว บรรดาบริวารทั้งหมดได้บรรลุพระอรหัตผล
เว้นอุปติสสะและโกลิตะผู้เป็นหัวหน้า อุปติสสะและโกลิตะหลังจากบวชแล้วได้นามว่า
พระสารีบุตร และ พระโมคคัลลานะ


         พระโมคคัลลานะหลังจากบวชแล้ว ๗ วัน ได้รับพุทโธวาทจึงบรรลุเป็น
พระอรหันต์ ณ บ้านกัลลวาลมุตตคาม ส่วนพระสารีบุตรหลังจากบวชแล้ว ๑๕ วัน
ได้สดับพระธรรมเทศนาจากพระบรมศาสดาในยามเช้าแห่งวันมาฆปุรณมี
ณ ถ้ำสุกรขาตาข้างภูเขาคิชกูฏ แขวงเมืองราชคฤห์ จึงบรรลุเป็นพระอรหันต์

         ต่อมาพระบรมศาสดาได้ทรงประกาศในท่ามกลางสงฆ์แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
คู่พระอัครสาวก คือ ตั้งพระสารีบุตร ผู้ได้รับการยกย่องเป็นเอตทัคคะว่ามีปัญญาล้ำเลิศ
เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวาและตั้งพระโมคคัลลานะผู้ได้รับการยกย่องเป็นเอตทัคคะว่า
มีฤทธิ์ล้ำเลิศเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย