เจ้าชาย ๖ พระองค์ออกบวช

        หลังจากที่พระบรมศาสดาเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อแสดงธรรมโปรดพระพุทธบิดา
ได้ไม่นาน เจ้าชายเทวทัต พระเชษฐาของพระนางพิมพาแห่งราชสกุลโกลิยวงศ์
ได้เสด็จออกผนวชพร้อมเจ้าชายแห่งราชสกุลศากยวงศ์ อีก ๕ พระองค์คือ ภัททิยะ
อนุรุทธะ  อานนท์  ภัคคุ  กิมพิละ และ ช่างตัดผมชื่อ อุบาลี ภายหลัง คือ
พระอุบาลีเถระ เนื่องจากเจ้าศากยะและโกลิยะมีความถือตัวเพื่อให้คลายทิฐิมานะ
จึงให้อุบาลีบวชก่อนเพราะภิกษุผู้มีอาวุโสน้อยต้องเคารพกราบไหว้
ภิกษุผู้มีอาวุโส
มากกว่า


        หลังจากการบวชแล้ว พระภัททิยะ ได้สำเร็จวิชชา ๓ พระอนุรุทธะได้ทิพยจักษุ
พระอานนท์ ได้เป็นพระโสดาบัน ส่วนพระเทวทัตได้ฤทธิ์ปุถุชน คือ สามารถแสดงฤทธิ์
และเป็นผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงคิดทำลายพระบรมศาสดา เพื่อตนจะได้เป็นใหญ่
ในสังฆมณฑล


        วันหนึ่งจึงเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาแล้วกราบทูลว่า พระองค์มีพระชนมายุมากแล้ว
ขอให้ตนได้ปกครองคณะสงฆ์แทน เมื่อพระพุทธองค์ทรงปฏิเสธและพระเทวทัต
ไม่ยอมสำนึกตัวจึงถูกทำปกาสนียกรรม คือ ประกาศไม่ให้ภิกษุรูปใดคบพระเทวทัต


        ครานั้น พระอชาตศัตรูราชกุมาร พระราชโอรสของ พระเจ้าพิมพิสาร
กับพระนางเวเทหิ  ยังเยาว์วัย พระทัยเบาหลงเชื่อถ้อยคำของพระเทวทัตจึงทรง
ปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารพระชนกนาถ แล้วอภิเษกพระองค์ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์



        ฝ่ายพระเทวทัตได้พยายามทำร้ายพระบรมศาสดา โดยครั้งแรกได้ใช้พวกนาย
ขมังธนููไปยิงพระพุทธเจ้า แต่นายขมังธนูกลับมีจิตศรัทธาได้สดับพระธรรมเทศนาและ
ได้บรรลุพระโสดาปัตติผลทั้งหมด


        ครั้งที่ ๒ พระเทวทัตลอบขึ้นไปบนภูเขาคิชฌกูฏ กลิ้งก้อนศิลาใหญ่ลงมา
ในเวลาที่พระบรมศาสดาเสด็จขึ้นภูเขา แต่ก็ไม่อาจทำอันตรายพระพุทธองค์ได้
เป็นเพียงสะเก็ดศิลากระเด็นไปกระทบพระบาทจนห้อพระโลหิต หมอชีวกโกมารภัจจ์
ได้ทำการรักษาอาการของพระพุทธองค์จนหายเป็นปกติ


        ครั้งที่ ๓ พระเทวทัตให้ปล่อยช้างนาฬาคีรี ช้างพระที่นั่งที่กำลังตกมันดุร้าย
ในเวลาพระพุทธองค์เสด็จออกมาบิณฑบาตในเวลาเช้า ครั้งนั้น พระอานนท์ไปยืนขวาง
หน้าช้างนาฬาคีรีไว้เพื่อป้องกันพระบรมศาสดา ทันใดนั้น พระบรมศาสดาได้ทรงทรมาน
ช้างนาฬาคีรีให้หมดพยศร้ายกาจ หมอบกายเข้าไปถวายบังคมพระบรมศาสดา
ฟังพระบรมศาสดาตรัสสอน แล้วเดินกลับเข้าสู่โรงช้างด้วยอาการอันสงบ


         ภายหลัง พระเทวทัตปรารถนาจะเลี้ยงชีพด้วยการหลอกลวงสืบไป
เพื่อจะแสดงว่าตนเป็นผู้เคร่งครัด จึงเข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา ทูลขอวัตถุ ๕ ประการ
เพื่อให้พระบรมศาสดาบัญญัติให้ภิกษุทั้งหลายปฏิบัติโดยเคร่งครัด คือ
                           ๑.ให้ถือการอยู่ในเสนาสนะป่าตลอดชีวิต
                           ๒.ให้ถือการเที่ยวบิณฑบาตตลอดชีวิต
                           ๓.ให้ใช้ผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต
                           ๔.ให้ถือการอยู่โคนไม้ตลอดชีวิต
                           ๕.ให้งดฉันเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต

        เอกมนฺต นิสินฺโน โข เทวทตฺโต ภควนฺต เอตทโวจ ภควา ภนฺเต อเนกปริยาเยน
อปฺปิจฺฉสฺส สนฺตุฏฺสฺส สลฺเลขสฺส ธูตสฺส ปาสาทิกสฺส อปฺปจฺจยสฺส วิริยารมฺภสฺส
วณฺณวาที อิมานิ ภนฺเต ปฺจ วตฺถูนิ อเนกปริยาเยน อปฺปิจฺฉตาย สนฺตุฏฺตาย
สลฺเลขาย ธูตาย ปาสาทิกาย อปฺปจฺจยาย วิริยารมฺภาย สวตฺตนฺติ สาธุ ภนฺเต ภิกฺขู
ยาวชีว อารฺกา อสฺสุ โย คามนฺต โอสเรยฺย วชฺช น ผุเสยฺย ยาวชีว
ปิณฺฑปาติกา อสฺสุ โย นิมนฺตน สาทิเยยฺย วชฺช น ผุเสยฺย ยาวชีว ปสุกูลิกา อสฺสุ
โย คหปติจีวร สาทิเยยฺย วชฺช น ผุเสยฺย ยาวชีว รุกฺขมูลิกา อสฺสุ โย ฉนฺน
อุปคจฺเฉยฺย วชฺช น ผุเสยฺย ยาวชีว มจฺฉมส น ขาเทยฺยุ โย มจฺฉมส ขาเทยฺย
วชฺช น ผุเสยฺยาติ ฯ (วิ.มหา. ๑/๕๙๓/๓๙๙)


        พระบรมศาสดาไม่ทรงอนุญาต และตรัสว่า “ไม่ควร ควรให้ปฏิบัติได้ตามแต่
ศรัทธา”
        พระเทวทัตโกรธแค้น เพราะไม่สมประสงค์ กล่าวโทษพระบรมศาสดาประกาศว่า
คำสอนของตนประเสริฐกว่า ทำให้ภิกษุส่วนมากเป็นชาววัชชีที่บวชใหม่มีปัญญาน้อย
หลงเชื่อ ยอมตนเข้าเป็นสาวก ครั้นพระเทวทัตได้ภิกษุยอมเข้าเป็นบริษัทของตน
บ้างแล้วก็ประชุมภิกษุ ในโรงอุโบสถ ประกาศทำสังฆเภท แยกออกจากหมู่สงฆ์ทั้งปวง
แล้วพาภิกษุเหล่านั้นไปยังตำบลคยาสีสะประเทศ ครั้นพระบรมศาสดาได้ทราบเหตุนั้น
แล้ว ทรงดำรัสให้พระสารีบุตรเถระและพระโมคคัลลานเถระไปนำภิกษุพวกนั้นกลับมา
พระอัครสาวกทั้งสองรับพระบัญชาแล้วไปที่คยาสีสะประเทศ แนะนำพร่ำสอนจนภิกษุ
เหล่านั้นได้บรรลุอมตธรรม แล้วพาภิกษุเหล่านั้นกลับมาเฝ้าพระบรมศาสดา


        พระโกกาลิกะซึ่งเป็นศิษย์ผู้ใหญ่ของพระเทวทัตใช้เข่ากระแทกพระเทวทัต
อย่างแรงด้วยกำลังโทสะ เป็นเหตุให้พระเทวทัตเจ็บปวดอย่างสาหัสถึงอาเจียน
เป็นโลหิต ได้รับความทุกขเวทนาอย่างแรงกล้า ไม่ทุเลาอยู่ถึง ๙ เดือน


        พระเทวทัตสำนึกผิดกลับหวนระลึกถึงพระบรมศาสดา ใคร่จะเห็นพระองค์เป็นครั้ง
สุดท้าย จึงขอร้องให้ภิกษุผู้เป็นศิษย์ช่วยนำตัวไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยยก
พระเทวทัตขึ้นนอนบนเตียง แล้วช่วยกันหามมา ตั้งแต่เมืองราชคฤห์ จนถึงเมืองสาวัตถี


        ขณะที่หามพระเทวทัตมาถึงสระโบกขรณี ซึ่งอยู่นอกพระเชตวันวิหาร
จึงวางเตียงลงในที่ใกล้สระ พระเทวทัตลุกนั่ง ห้อยเท้าทั้งสองถึงพื้นดินประสงค์จะ
เหยียบยันกายขึ้นยืนบนพื้นปฐพี ในขณะนั้นพื้นปฐพีก็แยกออกเป็นช่องสูบเอา
พระเทวทัตลงไปในแผ่นดินจนถึงคอ พระเทวทัตได้กล่าว คาถาสรรเสริญบูชา
พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ขอประทานอภัยและถวายกระดูกคางเป็นพุทธบูชา

พอสิ้นเสียงร่างพระเทวทัตก็จมหายลงไปในพื้นปฐพีไปบังเกิดในอเวจีมหานรก
ด้วยบาปกรรมที่ไม่เคารพพระรัตนตรัย ประทุษร้ายพระบรมศาสดา ทำสังฆเภทยังสงฆ์
ให้แตกกันเป็นอนันตริยกรรม