สังเวชนียสถาน ๔

        พระบรมศาสดาได้ตรัสถึงสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อันเป็นที่ควรแก่ความสังเวช
คือ
          ๑.สถานที่ประสูติ คือ สถานที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติจากพระครรภ์
คืออุทยานลุมพินี


         ๒.สถานที่ตรัสรู้ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ คือ
ควงไม้โพธิ์ ณ ตำบลพุทธคยา แค้วนมคธ


         ๓.สถานที่แสดงปฐมเทศนา คือ สถานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจัก
กัปปวัตนสูตร คือ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี แคว้นกาสี ในปัจจุบันเรียกว่า สารนาถ


        ๔.สถานที่ปรินิพพาน คือ สถานที่ซึ่งพระสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน
คือที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ

         อิธ ตถาคโต ชาโตติ อานนฺท สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนีย สเวชนีย าน อิธ
ตถาคโต อนุตฺตร สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ อานนฺท สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนีย
สเวชนีย าน อิธ ตถาคเตน อนุตฺตร  ธมฺมจกฺก ปวตฺติตนฺติ อานนฺท สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส
ทสฺสนีย สเวชนีย าน อิธ ตถาคโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโตติ อานนฺท
สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนีย สเวชนีย าน อิมานิ โข อานนฺท จตฺตาริ สทฺธสฺส
กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนียานิ สเวชนียานิ านานิ อาคมิสฺสนฺติ โข อานนฺท สทฺธา ภิกฺขู
ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย อิธ ตถาคโต ชาโตติปิ อิธ ตถาคโต อนุตฺตร
สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติปิ อิธ ตถาคเตน อนุตฺตร ธมฺมจกฺก ปวตฺติตนฺติปิ อิธ
ตถาคโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโตติปิ เย หิ เกจิ อานนฺท เจติยจาริก
อาหิณฺฑนฺตา ปสนฺนจิตฺตา กาล กริสฺสนฺติ สพฺเพ เต กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ
สคฺค โลก อุปปชฺชิสฺสนฺตีติ ฯ (ที.มหา. ๑๐/๑๓๑/๑๖๓)

        เมื่อพระอานนท์ทูลถามถึงวิธีปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระ “พระพุทธองค์ตรัสว่า
ให้ปฏิบัติตามแบบพระบรมศพพระเจ้าจักรพรรดิราช คือ ให้พันด้วยผ้าขาว
ซับด้วยสำลีแล้วห่อด้วยผ้าขาว ๕๐๐ คู่ แล้วบรรจุในหีบทองอันเต็มไปด้วย
น้ำมันหอม    เชิญขึ้นบนเชิงตะกอนอันทำด้วยไม้จันทน์หอม เพื่อถวาย
พระเพลิง แล้วอัญเชิญพระอัฐิธาตุไปทำพระสถูปบรรจุไว้ ณ ที่ประชุม
แห่งถนนใหญ่ ๔ ทิศ เพื่อเป็นที่สักการะแก่เหล่ามหาชนตราบสิ้นกาลนาน”


       ต่อจากนั้นได้ตรัสพยากรณ์พระอานนท์ว่า
“หลังจากพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน ขอให้อุตส่าห์บำเพ็ญเพียร
ในไม่ช้าจะได้ถึงความสิ้นอาสวะ คือสำเร็จเป็นพระอรหันต์ก่อนวันพระสงฆ์
ทำปฐมสังคายนา ทั้งยังได้ตรัสสรรเสริญพระอานนท์เถระว่า เป็นเอตทัคคะ
คือเป็นเลิศในการบำเพ็ญพุทธอุปัฏฐาก”

          พระอานนท์จึงได้รับยกย่องในด้านเป็นผู้มีสติ มีคติ มีธิติ เป็นพหูสูตร คือ
ความทรงจำพุทธวจนะ (พระธรรมคำสั่งสอน) และเป็นพุทธอุปัฏฐาก